ดอกยางคืออะไรสำคัญอย่างไรกับคุณ

หลายๆท่านบางทีก็อาจจะนิ่งดูดายและไม่ให้ความเอาใจใส่กับเรื่องดอกยางเนื่องจากว่ามันเล็กนิดหน่อยไม่ค่อยได้ดูแต่ว่าเอาเข้าจริงๆสิ่งจำเป็นๆม่แพ้ส่วนใดนั้นเป็นดอกยางด้วยเหตุว่าจะก่อให้รถยนต์ของพวกเรายึดเกาะถนนหนทางได่อย่างมีคุณภาพโดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่อถนนหนทางลื่นในฤดูฝน

ชนิดของดอกยางแบ่งได้ 4 ชนิด

1.ดอกยางละเอียด (rib pattern)

มีดอกยางรวมทั้งร่องยางเป็นแถวแถวเส้นรอบวงของยาง และก็มีรูแบบเรียงหน้าของร่องยาง ตามการออกแบบของบริษัทผู้ผลิต โดยธรรมดา ย้ำให้ยางใช้งานเจริญในภาวะถนนหนทางเรียบ

2.ดอกบั้ง (lug pattern)

ดอกยางรวมทั้งร่องยางเป็นแถวขวาง กับเส้นรอบวงของยาง ซึ่งการออกแบบยางแบบนี้อยากประสิทธ์ภาพสำหรับในการคุ้ยเขี่ย ทั้งร่องยางมีความลึก ทำให้แก่การใช้แรงงานที่นาน เหมาะกับใช้งานบนถนนหนทางที่ตะปุ่มตะป่ำ รวมทั้งทางเรียบในความเร็วต่ำ รวมทั้งปานกลาง

3.ดอกแบบผสม (rib lug pattern)

เป็นการผสมคุณลักษณะเด่นของยางทั้งสองชนิด โดยดอกละเอียดจะอยู่กึ่งกลาง โดยมีดอกบั้งอยู่รอบนอกทั้งคู่ด้าน

4.ดอกแบบบล็อก (block pattern)

ดอกยางชนิดนี้มีลักษณะเป็นจุด หรือก้อน อาจมีทรงแบบวงกลม หรือเหลี่ยมก็ได้ ให้แรงคุ้ยสูง เหมาะกับใช้งานแบบออฟโรดอีกทั้งฝ่าโคลนรวมทั้งทราย

Auto garage wheels disk montage and installation winter tires replacement service black icons set isolated vector illustration

ยางรถยนต์สำหรับรถยนต์ทั่วๆไป

เพื่อการขับขี่ไปดำเนินการ จ่ายตลาดตามห้าง อื่นๆอีกมากมาย คือการใช้งานบนถนนหนทางถนนหลวง ถนนหนทางในซอยซอกซอยที่มีความราบเรียบออกจะมากมาย ได้แก่ พื้นคอนกรีต ก้อนกรวดบด ปูนซีเมนต์ อื่นๆอีกมากมาย ควรที่จะทำการเลือกแบบที่เป็นลายเล็กละเอียด ร่องยางถี่ (ร่องยางเป็นส่วนที่แบบแนวแคบๆอยู่ระหว่างดอกยาง) เพื่อมีพื้นที่หน้ายางมากพอควรสำหรับเพื่อการสัมผัสกับพื้นถนน

ช่วงเวลาเดียวกันก็ยังคงคุณลักษณะสำหรับในการรีดน้ำออกมาจากหน้ายางได้อย่างเร็ว และไม่สร้างเสียงดังรบกวนระหว่างขับรถด้วย

ยางสำหรับในการบุกฝ่าในทุกทางอย่างรถยนต์ออฟโรด

ย้ำการใช้แรงงานในพื้นที่พิเศษอย่างถนนหนทางที่ตะปุ่มตะป่ำมีหลุมบ่อมากมาย จำเป็นต้องพบเจอกับหิน ดินโคลน ก้อนกรวด อื่นๆอีกมากมาย แทบตลอดระยะเวลา กรณีนี้จำเป็นที่จะต้องเลือกลักษณะดอกยางที่มีขนาดใหญ่แล้วก็มีร่องยางออกจะห่างหรือกว้าง เพื่อสามารถสลัดหินหรือเศษก้อนกรวดที่เกาะอยู่ออกได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ในส่วนนี้เรียกว่าห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาด เพราะถ้ามีเศษก้อนกรวดหินเกาะตามร่องยางมากมาย จะมีผลให้ยางลื่น ขาดแรงยึดเกาะถนนหนทาง ไม่สามารถที่จะเคลื่อนต่อได้

แม้กระนั้น ถ้าเกิดนำรถยนต์ออฟโรดที่ใช้ดอกยางใหญ่นี้มาขับรถบนถนนหนทางถนนหลวงทั่วๆไป จะก่อให้การยึดเกาะน้อย ทั้งสร้างเสียงดังรบกวนการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวิ่งรถยนต์ด้วยความเร็วสูง

อ้างอิงจาก : marketsavvy.co/gps-tracker/ดอกยาง-มีอะไรมากกว่าที่/

ลายดอกยางที่ดีจำต้องเหมาะสมกับองศาการเลี้ยวโค้งของถนนหนทาง

สำหรับคนจำนวนไม่น้อยที่นิยมการท่องเที่ยวทางไกล ขับรถผ่านจังหวัดแม้กระนั้นยังเป็นทางที่เรียบ ยกตัวอย่างเช่น ถนนหนทางถนนหลวงสาธารณะ โดยมักจะต้องเจอกับภาวะภูมิศาสตร์ทางธรรมชาติที่แตกต่าง ได้แก่ มีความงอลาดชันของถนนหนทางในบางจุดมากยิ่งกว่าธรรมดา มีทางเลี้ยวหักศอกซ้ายขวาเป็นระยะ อื่นๆอีกมากมาย

แบบงี้จำต้องเลือกดอกยางที่ลายดอกข้างนอกกับข้างในไม่สมมาตรกัน ลายดอกที่ไม่เหมือนกันจะช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนหนทางเจริญเพิ่มขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่งภายในจะช่วยทำให้ขับทางตรงหรือการใช้ความเร็วสูงได้โดยสวัสดิภาพ ส่วนภายนอกจะช่วยทำให้เข้าโค้งได้โดยสวัสดิภาพเพิ่มขึ้น

จะมองเห็นได้ว่าสี่ใจความสำคัญที่กล่าวมา เป็นการเลือกดอกยางที่ช่วยทำให้คุณได้ยางเส้นใหม่ที่เหมาะสมกับการใช้แรงงานจริง ไม่ว่าเหตุการณ์ไหนคุณก็สามารถขับรถได้โดยสวัสดิภาพไร้กังวล

การร่อยหรอของหน้ายางส่งผลเช่นไร

ยางที่มีความลึกร่องดอกยางเหลือน้อยบางทีอาจมีผลต่อความปลอดภัยของคนขับขี่ โดยเฉพาะบนภาวะผิวถนนแฉะ ได้โอกาสที่จะมีการเสียการควบคุมตอนที่ขับขี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใดก็ตามที่มีเครื่องกีดขวางระหว่างหน้าสัมผัสยางกับผิวถนนหน้ายางจึงควรปฏิบัติหน้าที่สำหรับการรีดผ่านเครื่องกีดขวางนั้น เพื่อจะดำรงไว้ซึ่งการยึดเกาะระหว่างหน้าสัมผัสยางกับผิวถนน ยิ่งมีความลึกร่องดอกยางคงเหลือน้อยเท่าไรคุณภาพสำหรับในการยึดเกาะบนผิวถนนก็ลดน้อยลงเพียงแค่นั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวความลึกของร่องดอกยางก็เลยเป็นอีกสิ่งที่จำเป็น ยิ่งไปกว่านั้นการลดความเร็วตอนที่กำลังขับขี่ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับการช่วยยึดเกาะผิวถนนในภาวะถนนหนทางดังที่กล่าวถึงมาแล้ว

ความลึกร่องดอกยางต่ำสุดมีค่าเยอะแค่ไหน?

ความลึกของร่องดอกยางไม่สมควรจะต่ำยิ่งกว่ารอบๆสะพานยาง (1.6 มม.คร่าวๆ) ซึ่งหากว่าความลึกของร่องดอกยางเหลือน้อยกว่านั้นก็ควรจะกลายเป็นยางชุดใหม่

อะไรเป็นต้นเหตุของการสึกเร็ว หรือสึกกร่อนแบบเปลี่ยนไปจากปกติ?

ภาวะรถยนต์ รวมทั้งความประพฤติปฏิบัติการขับขี่ที่นานับประการก็ ทำให้ยางที่ใช้ในรถยนต์คันเดียวกันแต่ละเส้นได้โอกาสสึกกร่อนแตกต่างและก็อาจจะทำให้สึกได้ในอัตราที่แตกต่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ยางความสามารถสูงที่ใช้สำหรับรถยนต์ที่มีการขับรถแบบสปอร์ต บางทีอาจสึกเร็วกว่ายางนุ่มเงียบที่ใช้สำหรับรถยนต์ครอบครัวที่มิได้มีการขับรถแบบผาดโผนก็เป็นไปได้ เช่นไรก็ดตาม อาจมีหลายต้นสายปลายเหตุที่ทำให้ยางสึกเร็วกว่าที่คาด หรือ สึกแบบไม่เท่ากันซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้มีการเกิดเสียงแล้วก็การกระตุกเต้นตอนที่กำลังขับขี่ โดย 2 ปัจจัยหลักของการร่อยหรอแบบสึกไม่ปกติที่ประสบพบเห็นเสมอๆเป็น ความดันลมยางที่ไม่เหมาะสม แล้วก็ ภาวะศูนย์ล้อที่ไม่ดีเหมือนปกติ

ต้นสายปลายเหตุที่ทำให้ยางผุพังแบบไม่ดีเหมือนปกติ

ศูนย์ล้อที่ไม่ถูกไปจากมาตรฐาน

มุมล้อ หรือเรียกอีกอย่างว่าศูนย์ล้อ เป็นการปรับตั้งค่าองศาของพวงดอกไม้ แล้วก็วัสดุอุปกรณ์ตอนล่าง ซึ่งก็คือระบบที่เชื่อมต่อและก็ควบคุมการเคลื่อนไหวของล้อ ซึ่งไม่ใช่การปรับแก้โดยตรงที่ยางหรือกระทะล้อ การตั้งค่าตอนล่างและก็ศูนย์ล้อที่ดีนั้น จำเป็นต้องตั้งมุมต่างๆของยาง ดังเช่น มุมแคมเบอร์ มุมโท แล้วก็มุมแคสเตอร์ เพื่อยางสัมผัสกับผิวถนนตามมาตรฐานสเปคที่โรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์ได้กำหนดไว้

ค่าศูนย์ล้อที่ไม่เหมาะสมนั้นจะมีผลทำให้ยางสึกแตกต่างจากปกติแล้วก็ทำให้อายุการใช้งานของยางสั้นลง ส่วนมากการร่อยหรอที่เปลี่ยนไปจากปกติพบได้มากได้ทั่วๆไปจากการตั้งค่าศูนย์ล้อที่ไม่เหมาะสม มีดังต่อแต่นี้ไป

  • การสึกแบบฟันเลื่อย: จะเกิดขึ้นได้เมื่อด้านใดด้านหนึ่งของบล๊อคดอกยางสึกเร็วกว่าอีกด้านหนึ่ง โดยจะเจอได้ตลอดทั้งเส้นรอบวงยาง เมื่อใช้มือคลำผ่านหน้ายาง จะรู้สึกสะดุดเสมือนฟันเลื่อย การสึกอย่างนี้พบได้บ่อยรอบๆไหล่ยาง โดยส่วนมากมีสาเหตุจากมุมโทที่ไม่เหมาะสม (บวกมากจนเกินไปหรือลบมากจนเกินไป)
  • การสึกแบบขน: การสึกอย่างงี้มีเหตุที่เกิดจากเมื่อยางด้านใดด้านหนึ่งสึกน้อยกว่า/เรียบกว่า แม้กระนั้นอีกด้านหนึ่งมีการสึกที่ มากยิ่งกว่า/คมกว่า ทำให้มีลักษณะการกร่อนของหน้ายางที่คล้ายกับขน ซึ่งชอบเป็นผลมาจากความไม่ปกติของศูนย์ล้อหลายแบบด้วยกัน เป็นต้นว่า มุมโทและก็มุมแคสเตอร์ที่มากเกินความจำเป็น
  • การสึกที่ไหล่ยางด้านเดียว: ลักษณะการสึกไม่ดีเหมือนปกติอย่างงี้หมายความว่าการที่ไหล่ยางข้างนอกหรือข้างใน ด้านใดด้านหนึ่ง สึกเร็วกว่าอีกด้านหนึ่งอย่างชัดเจน เรียกอีกอย่างว่าการสึกแบบแคมเบอร์ มีต้นเหตุมาจากการตั้งค่ามุมแคมเบอร์ที่ไม่เหมาะสม (บวกหรือลบเยอะเกินไป)

การรักษายางรถยนต์ของคุณอย่างสม่ำเสมอโดยการตรวจเช็คลมยางเสมอๆทุกเดือนเป็นเรื่องจำเป็น ถ้าหากคุณตรวจเจอลักษณะการสึกแบบไม่ปกติของยาง ควรจะรีบนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการหรือให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญพิจารณาและก็ปรับแต่งศูนย์ล้อทันที

ยางรถยนต์ เมื่อถูกใช้งานก็ย่อมผุกร่อนไปตามระยะทาง

ช่วงเวลาสำหรับเพื่อการใช้งาน การรักษาด้วยแนวทางที่ถูก จะช่วยทำให้การใช้ยางรถยนต์เป็นไปอย่างเต็มคุณภาพรวมทั้งต่ออายุการใช้แรงงาน

แม้ผู้สร้างจะผลิตยางรถยนต์ออกมาให้มีคุณภาพแล้วก็คุณภาพดีแค่ไหนก็ตาม แม้ใช้ยางรถยนต์ผิดจำเป็นต้อง จะก่อให้ได้รับสมรรถนะยางรถยนต์ไม่สุดกำลังแล้วก็ทำให้ยางรถยนต์เสียหายยังไม่ครบกำหนด ฉะนั้นยางรถยนต์จะให้คุณประโยชน์คุ้มทุกด้านอย่างเต็มเปี่ยมขึ้นกับการใช้ยางรถยนต์ที่ถูก ในการใช้ยางรถยนต์ที่ถูกขอชี้แนะดังต่อไปนี้

เพิ่มลมยางให้อยู่ในอัตราสมควร

การเติมลมยางรถยนต์ให้ได้ตามอัตราที่เขียนในคู่มือรถยนต์ได้ระบุเป็นอัตราที่เหมาะสมที่สุด สมควรสำหรับรถยนต์แต่ละจำพวก แม้กระนั้นถ้าคุณมิได้ใช้ยางรถยนต์ขนาดเดียวกันกับยางที่ติดรถยนต์มา ควรจะปรึกษาเกี่ยวกับอัตราสูบลมยางที่สมควรจากผู้สร้างยางหรือร้านค้าขายยางรถยนต์ที่ได้มายี่ห้อฐาน

ในส่วนของ ยางอะไหล่ คุณควรจะเพิ่มลมไว้ให้มากยิ่งกว่ามาตราฐาน 3 – 4 ปอนด์ และก็เมื่อประยุกต์ใช้งานก็ปลดปล่อยให้เป็นความดันธรรมดา

ควรจะตรวจเช็คลมยางบ่อย

คุณควรจะตรวจเช็คลมยางราวๆอาทิตย์ละครั้ง หรือทุกคราวก่อนเดินทางในช่วงเวลาที่ยางรถยนต์ยังเย็นอยู่ เพราะเหตุว่าตรวจเมื่อใช้รถยนต์ไปแล้วหรือตัวยางรถยนต์มีความร้อน ค่าความดันข้างในยางจะสูงมากขึ้นและไม่ได้เป็นค่าที่ใช้วัดตามมายี่ห้อฐาน
ไม่สมควรใช้แนวทางพิจารณาด้วยตาว่า ลมยางรถยนต์อ่อนเกินความจำเป็นหรือยัง โดยเฉพาะถ้าเกิดยางที่คุณใช้เป็นยางเรเดียล ควรจะตรวจเช็คลมโดยให้เกจ์วัดลมที่ได้มายี่ห้อฐาน
สลับยางรถยนต์

เพื่อยางรถยนต์ทุกเส้นมีการสึกที่เสมอกัน โดยเหตุนั้นท่านควรศึกษาเรียนรู้คู่มือรถยนต์เกี่ยวกับข้อเสนอแนะสำหรับในการสลับยางรถยนต์ น่าจะสลับยางรถยนต์ในทันทีทันใดที่คุณใช้รถยนต์ครบ 10,000 กม.แรก ข้อควรคำนึง ลมยางล้อหน้ารวมทั้งล้อหลังแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเมื่อสลับยางรถยนต์เป็นที่เป็นระเบียบแล้ว ท่านก็จะต้องปรับระดับความดันลมของยางรถยนต์ล้อหน้า แล้วก็ล้อหลังให้ถูก

นิสัยการขับรถยนต์ของแต่ละท่าน จะส่งผลต่อการสึกของยางก่อน ด้วยเหตุผลดังกล่าวเพื่อเป็นการต่ออายุการ คุณควรจะหลีกเลี่ยงนิสัยการขับตั้งแต่นี้ต่อไป ออกรถแล้วก็หยุดรถยนต์อย่างหนัก, การหักเลี้ยวอย่างหนัก, การขับรถยนต์ตะกายขอบถนนหนทาง, ขับแทรกทางเท้า, การขับโดยไม่หลบหลุม หิน หรือเครื่องกีดขวาง ถ้าหากคุณเป็นอย่างครั้งว่ามาเผลอแป๊ปเดียวยางคุณดอกโกรนแน่นอน

ดังนี้ราคาของยางรถยนต์ที่มีคุณภาพก็ไม่ใช่ถูกๆขึ้นหลักหมื่นกันอย่างยิ่งจริงๆ เพื่อเป็นการอดออมไม่ให้เสียของไม่มีประโยชน์ก็ทดลองนำข้อเสนอแนะกลุ่มนี้ไปใช้มองครับผม รับประกันว่าคุณไม่ต้องมากังวัลเรื่องสำรองเงินเพื่อใช้จ่ายค่ายยางรถยนต์ได้แน่นอ

ยางรถยนต์ของคุณวิ่งเร็วได้เพียงใด?

เช็กได้ด้วยตัวเอง ว่ายางของพวกเราวิ่งได้เร็วขนาดไหน ที่สามารถเช็กได้จากเรทความเร็วสูงสุดที่ยางยอมรับได้ หรือ Speed symbol ครับผม ซึ่งตัว W หมายความว่าไม่เกิน 270 กิโลเมตร/ชั่วโมง
มาเช็กกันเลย ว่ายางของคุณรับความเร็วสูงสุดได้เท่าใด
S = 180
T = 190
H = 210
V = 240
W = 270
Y = 300
Z = เกินกว่า 240

ที่จอดรถส่งผลต่อการเสื่อมสลายของยาง

ถ้าเกิดหยุดในสถานที่ที่พื้นไม่เรียบ แถวเนิน ร่องน้ำหรือลูกระนาด จะมีผลต่อยางของคุณยิ่งถ้าหากลมยางอ่อน จะก่อให้ยางรถยนต์ผิดรูปเร็วและก็ในบางครั้งการหยุดรถยนต์รอบๆข้างทางซอยซอยแคบๆก็ควรจะระวังเศษแก้วด้วย สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลให้ยางรั่วหรือแตกได้ ทางที่ดีก่อนจะขับขี่รถควรจะเช็คยางรถยนต์ให้ดีก่อนครับผม ส่วนหยุดในสถานที่ที่มีพื้นเรียบก็อย่าพึ่งดีอกดีใจไป เนื่องจากว่าการหยุดเป็นเวลานานๆก็อาจส่งผลให้ยางเสียรูปได้ด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าจำต้องหยุดไว้เป็นเดือนๆต้องมีการขยับรถยนต์บ้าง ทุกๆ3-4 วัน เพื่อหน้ายางส่วนอื่นได้สัมผัสกับพื้นบ้าง ถ้าหากไม่ขยับก็รอคอยวันยางเสียได้เลย

เพราะเหตุใดยางรถยนต์ก็เลยมีความจำเป็น?

เนื่องจากว่าพวกเราไม่อาจจะรู้ดีว่ายางเส้นไหนดีจัง จวบจนกระทั่งยางจะได้รับบททดลองจากถนนหนทางจริง

ยางปฏิบัติหน้าที่หยุดรถยนต์

เมื่อเอ๋ยถึงเรื่องความปลอดภัย ยางเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในรถยนต์ของคุณ
เบรคจะหยุดล้อ มิได้หยุดรถยนต์ของคุณ! ยางต่างหากที่หยุดรถยนต์ของคุณ
ลองดูก่อนยละเอียดกัน

ในจุดที่ยางสัมผัสกับถนนหนทาง:

พื้นที่สัมผัสมีขนาดพอๆกับฝ่ามือของคุณแค่นั้น แล้วก็นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งผอง:

การเบรก, การยึดถนนหนทาง, การควบคุม, การบังคับเลี้ยว, ความอ่อนนุ่มสบาย บนพื้นที่ขนาดเล็กนี้ ข้อผิดพลาดที่เกิดที่ความเร็วสูงบางทีอาจมีผลรุนแรงได้
ความปลอดภัยของคุณนั้นขึ้นกับคุณ
คุณให้เวลากับการเลือกรถยนต์ของคุณ
การให้เวลากับการเลือกยางของคุณก็เลยเป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกัน

ลองนึกดูเหตุการณ์อันตรายในสมัยก่อนที่ยางเคยช่วยเหลือพวกเราไว้:

รำลึกถึงในขณะที่มีจักรยานขี่ออกมาจากริมถนน

คนขับข้างหน้าคุณเบรกรถยนต์ฉับพลัน

เพราะเหตุว่ามีหมาข้ามถนน

การเดินทางอันแสนทุกข์ยากลำบากที่จำต้องฝ่าฝน

ความปลอดภัยของคุณมิได้ขึ้นกับกระบวนการขับรถของคุณหรือคนขับขี่คนอื่นๆแค่นั้น
แม้กระนั้นยังขึ้นกับการเลือกยางของคุณด้วย

เพื่อความอุ่นใจของคุณ (แล้วก็ครอบครัว…) โปรดใช้เวลาแล้วก็เลือกให้ดี

ฉันจะเลือกยางที่ถูกได้เช่นไร?

เพื่อช่วยสำหรับการเทียบรวมทั้งการเลือกของคุณ โปรดไตร่ตรอง 4 ข้อต่อไปนี้:

1.ความปลอดภัย

ยางส่วนมากปฏิบัติงานได้ดิบได้ดีในเหตุการณ์ธรรมดา แต่ว่าในสถานการณ์ที่ยากขึ้น ยางจะแสดงความต่างออกมาให้มองเห็น
โดยเหตุนั้นคุณจะมั่นใจได้เช่นไรว่ายางของคุณพร้อมสำหรับสิ่งที่ไม่คาดคิด?
เลือกยางซึ่งสามารถดำเนินงานเจริญในลักษณะอากาศหรือถนนหนทางที่ทรามที่สุดที่คุณอาจจำเป็นต้องพบเจอ
คุณจะเจอไม่เหมือนกันอย่างชัดเจน:
บนถนนหนทางแฉะ ยางของพวกเรามีระยะเบรกสั้นกว่ายางคู่ปรปักษ์ชั้นแนวหน้าอื่นในรถยนต์คันเดียวกันถึง 6 เมตร ซึ่งเป็นระยะทางแทบจะพอๆกับรถยนต์หนึ่งคันครึ่งอย่างยิ่งจริงๆ!

2.ค่า

การเลือกแบบอะลุ่มอล่วยในเวลานี้บางทีอาจก่อให้เกิดค่าใช้สอยที่มากขึ้นในตอนหลัง เพราะเหตุใด? เนื่องจากว่ายางที่แก่การใช้แรงงานที่เป็นเวลานานกว่าและก็ช่วยมัธยัสถ์น้ำมันเชื้อเพลิงจะช่วยทำให้คุณอดออมกว่าในระยะยาว
เลือกยางสมรรถนะสูงปัจจุบันนี้ช่วยทำให้ใช้ยางได้อย่างแน่ใจ และไม่จำต้องคิดเรื่องซื้อยางไปอีกนาน

3.เพลินไปกับการขับขี่

ยางก็เสมือนรองเท้า ที่จะจะต้องพอดิบพอดีกับคุณ

  1. เลือกรถยนต์มาหนึ่งคัน
  2. ทดลองใช้ยางหลายๆรุ่น

คุณจะได้ประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง
ขึ้นกับว่าคุณถูกใจการขับขี่แบบนุ่มสบายหรือการควบคุมที่ถูกต้องแม่นยำเพื่อเข้าโค้งแบบมืออาชีพ เลือกยางที่สะท้อนถึงสไตล์ของคุณ

4.รถยนต์สปอร์ต ?

นักวิ่งอาจจะไม่ต้องการที่จะอยากวิ่งด้วยรองเท้าแตะ
รถยนต์ของคุณก็ด้วยเหมือนกัน

รถยนต์สปอร์ตหรือรถยนต์หรูอาจจะปราศจากความหมายแม้ว่า ยางที่ใช้ไม่อาจจะส่งพลังเคลื่อนไปบนถนนหนทางได้อย่างเต็มสมรรถนะ

แนวทางตรวจดูว่าคุณมีดอกยางเหลือเพียงแค่พอเพียงไหม

การใช้แรงงานทั่วๆไป

เพื่อการยึดเกาะถนนหนทางมีคุณภาพ สามารถรีดน้ำออกรวมทั้งรักษาการควบคุมไว้ได้ ยางของคุณต้องมีดอกยางหลงเหลืออยู่ในระดับที่ปลอดภัย แม้ร่องของดอกยางที่ดีไซน์ไว้หายไปกระทั่งเกือบจะหมด ยางจะไม่อาจจะยึดเกาะถนนหนทางได้ ซึ่งเกิดอันตรายเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะถนนหนทางแฉะ

  • คุณควรจะตรวจทานการร่อยหรอของยางเสมอๆ ถ้าเกิดยางของคุณใกล้ระดับความลึกดอกยางต่ำสุดที่ 1.6 มิลลิเมตร หรือถ้าเกิดมีเรื่องที่น่าสงสัยใดๆก็ตามให้ขอคำแนะนำกับผู้ที่มีความชำนาญด้านยาง

มองขั้นตอนการตรวจดูด้วยตัวเองมีสองแนวทาง

1. ตรวจทานการผุกร่อนของดอกยางด้วยเครื่องตวงความลึกดอกยาง

พิจารณาให้มั่นใจว่าดึงเบรกมือไว้ แล้วก็รถยนต์อยู่ในเกียร์แรก (สำหรับเกียร์ปกติ) หรือเกียร์หยุดรถยนต์ (สำหรับเกียร์อัตโนมัติ)
ตรวจตราความลึกของร่องยางหลักในหลายๆตำแหน่งโดยทั่วรวมทั้งรอบยางโดยใช้เครื่องตวงตามคำแนะนำของผู้สร้าง
ความลึกดอกยางต่ำสุดโดยชอบด้วยกฎหมายเป็น 1.6 มิลลิเมตร

2. สำรวจตัวบอกการสึกของหน้ายาง

ยางมีตัวบอกการสึกของหน้ายางซึ่งหล่อกับพื้นของร่องยางหลัก
เมื่อผิวดอกยางผุกร่อนไปถึงระดับเดียวกับตัวบอกการสึกกลุ่มนี้ หมายความว่ายางอยู่ในระดับที่ถือว่าต่ำสุดที่ข้อบังคับระบุรวมทั้งควรจะแปลงใหม่

ดอกยางรถยนต์ นั้นมีไว้ เพื่อยึดเกาะถนนหนทางแล้วก็รีดน้ำขณะที่กำลังขับรถยนต์เมื่อถนนหนทางแฉะ เพื่อหน้ายางนั้นสัมผัสผิวถนนทำให้การเดินทางนั้นสามารถเดินทางได้โดยสวัสดิภาพและไม่ลื่นกระทั่งออกถนนหนทาง

ดอกยางรถยนต์ นั้นมีไว้ เพื่อยึดเกาะถนนหนทางรวมทั้งรีดน้ำตอนที่ขับรถยนต์เมื่อถนนหนทางแฉะ เพื่อหน้ายางนั้นสัมผัสผิวถนนทำให้การเดินทางนั้นสามารถเดินทางได้โดยสวัสดิภาพและไม่ลื่นกระทั่งออกถนนหนทาง นอกเหนือจากนี้ยางยังปฏิบัติภารกิจกระจัดกระจายน้ำหนักให้รถยนต์ โดยหน้ายางจะปฏิบัติหน้าที่กระจัดกระจายแรงทั้งหมดทั้งปวงไปยังแนวทางต่างๆสู่พื้นถนน ยางรถยนต์ทุกหมวดหมู่จะมีดอกยาง เว้นเสียแต่ยางรถยนต์ที่ใช้ในลัษณะของการแข่งทางเรียบรวมทั้งความเร็วสูง ที่ผิวถนนจำเป็นต้องแห้ง ซึ่งยางชนิดนี้เรียกว่า สลิ้ก (Slick)

  • ดอกยาง เป็นส่วนรอบๆบนหน้ายาง และก็มีหน้าสัมผัสถนนหนทางตลอดระยะเวลาที่รถยนต์วิ่ง
  • ร่องยาง เป็นร่องที่ลึกลงไปจากหน้ายาง หรือร่องที่อยู่ระหว่างยาง

ร่องยางที่ตื้น (ดอกยางหมด) หรือที่เรียกกันว่า ดอกยางล้าน จะมีผลให้ยางนั้นรีดน้ำได้ลดน้อยลงและก็ลื่นเมื่อพบภาวะถนนหนทางที่แฉะหรือฝนตก เพราะว่าร่องยางนั้นมีไว้เพื่อรีดน้ำ โดยถ้าหากมีร่องยางที่ตื้นน้ำที่แทรกอยู่ระหว่างหน้ายางกับผิวถนน จะมีผลให้ผิวสัมผัสหน้ายางกับผิวถนนลดน้อยลง ซึ่งเมื่อวิ่งก็จะกำเนิดอาการไถล แม้กระนั้นเมื่อวิ่งในถนนหนทางที่แห้งและก็แดดแรง จะวิ่งได้ดีมากว่าเนื่องจากยางมีหน้าสัมผัสผิวถนนมากยิ่งกว่า ดอกยางที่ดีต้องมีความลึกไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร ซึ่งขึ้นกับความลึกของน้ำบนพื้นถนนแล้วก็ความเร็วของรถยนต์ด้วยส่วนอายุของยางไม่สมควรเกิน 5 ปี ตั้งแต่แมื่อวันที่ผลิต ถ้าหากครบหรือเกินเลยรีบแปลงโดยทันทีเพื่อให้มีความปลอดภัย เดี๋ยวนี้ด้วยเทคโนโลยีการสร้างยางของดีสโตน ได้คิดค้นการออกแบบดอกยางตามเป้าหมายการใช้แรงงานของรถยนต์แต่ละชนิดที่ต่างกัน ดังนี้ดอกยางแต่ละชนิดมีความเชื่อมโยงกับการยึดเกาะถนนหนทาง การรีดน้ำ การสะบัดดินโคลน การคุ้ยป่ายปีน รวมทั้งเรื่องของเสียงก่อกวนอีกด้วย

  • ยางรถยนต์ที่ใช้งานบนถนนหนทางที่เรียบ ดอกยางต้องเป็นดอกละเอียด ร่องยางไม่ห่าง เพื่อไม่ให้เสียผิวสัมผัสกับหน้าถนนหนทางมากเกินความจำเป็น สามารถรีดน้ำออกได้อย่างเร็ว รวมทั้งมีเสียงก่อกวนน้อย
  • ยางรถยนต์ที่ใช้งานถนนหนทางออฟโรด ฝ่าโคลน หินหรือใช้งานในทางวิบาก ดอกยางควรจะมีดอกยางที่ใหญ่รวมทั้งมีร่องยางห่าง เพื่อเน้นย้ำการสะบัดโคลน หิน หรือน้ำ ถ้าหากใช้ดอกยางละเอียด เศษโคลนหรือหิน ก้อนกรวดบางทีอาจเข้าไปติดตามดอกแล้วก็ร่องยาง จนถึงหน้ายางลื่น รวมทั้งหากนำดอกยางที่ใหญ่มาใช้งานบนทางเรียบ ร่องยางที่ห่างทำให้มีผิวสัมผัสถนนหนทางน้อย การยึดเกาะถนนหนทางก็น้อยตามไปด้วยและก็ในตอนความเร็วสูงจะมีเสียงดังกระทั่งน่าเบื่อหน่าย
  • ยางรถยนต์ที่ใช้งานสำหรับทางครึ่งฝ่า ครึ่งหนึ่งเรียบ (All Terrain) สำหรับยางจำพวกนี้ เมื่อเอาไปใช้บนถนนหนทางเรียบ การยึดเกาะทำเป็นดีระดับหนึ่งและก็มีเสียงก่อกวนอยู่บ้าง ในระหว่างที่เมื่อเอาไปใช้บนทางสมบุกสมบัน อาทิเช่น ทางลูกรัง หิน ก้อนกรวด ทราย ก็สามารถใช้งานก้าวหน้า(ยางจำพวกนี้จะไม่เหมาะสมกับถนนหนทางที่เป็นดินโคลน)

หลายๆท่านบางครั้งก็อาจจะเคยสงสัย ว่าดอกยางรถยนต์ของพวกเราที่มีลวดลายจำนวนมากนั้นแตกต่างเช่นไร ซึ่งดอกยางแต่ละวงก็จะมีคุณลักษณะต่างๆนาๆ ดังเช่น ดอกยางที่มีร่องรวมทั้งรอยหยักที่ช่วยรีดน้ำให้ไหลผ่านไปข้างหลังได้ หรือ ช่วยยึดเกาะถนนหนทางที่แฉะก้าวหน้า ยิ่งตอนหน้าฝนแบบงี้ การตรวจเช็กดอกยางก็เป็นสาเหตุที่สำคัญสำหรับเพื่อการขับรถโดยสวัสดิภาพ

มาดูกันว่า…ดอกยางแบบไหนที่สมควร แล้วก็ใช้ดีในตอนหน้าฝน แล้วก็อีกทริคที่จะสามารถตรวจเช็กความผุพังของดอกยางด้วยตัวเองกล้วยๆเป็น การใช้เหรียญบาทกดลงช่องว่างระหว่างร่องของดอกยาง ยางที่ดีตัวดอกจะมีความสูงราว 1/3 ของเหรียญบาท หรือควรจะลึกอย่างต่ำราว 3 มิลลิเมตร และก็แก่ไม่เกิน 5 ปี นับตั้งแต่วันผลิต แม้กระนั้นแม้ความลึกตื้น เพียงแต่ 1.6 มิลลิเมตร นั้นเป็นสัญญาณว่า ควรจะถึงเวลาแปลงยางเส้นใหม่ได้แล้ว